ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต

rmutr_sdd_27-9-60

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ร่วมกับ เหล่ากาชาด จังหวัดนครปฐม “ขอเชิญ… รวมพลังใจ บริจาคโลหิต เป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”  ในวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องคชาธาร

 

 

 

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต

๑. น้ำหนักตัว ต้องมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า  ๔๕  กิโลกรัม

๒. อายุอยู่ระหว่าง  ๑๗-๖๐  ปีบริบูรณ์  แต่ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน  ๕๕  ปี

๓. ด้านสุขภาพ โดยทั่วไปต้องสมบูรณ์ดี  ที่สำคัญคือในช่วงที่จะบริจาคเลือดต้องไม่เป็นไข้หวัด  เจ็บคอ  ปวดศรีษะ  ไม่มีภาวะเจ็บป่วยหรืออยู่ระหว่างรับประทานยาใดๆ  ที่ใช้รักษาโรค  โดยเฉพาะแก้อักเสบหรือปฏิชีวนะ  ต้องหยุดยาแล้วอย่างน้อย  ๗ วันจึงสามารถให้เลือด  นอกจากนี้ต้องเป็นผู้ไม่มีโรคดังนี้

๓.๑๑  ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบหรือดีซ่าน  ตัวเหลือง  ตาเหลือง

๓.๑๒  ไม่เป็นไข้มาลาเรียมาในระยะ  ๓  ปีที่ผ่านมา

๓.๑๓  ไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อการบริจาคโลหิต  เช่น  กามโรค  โรคติดเชื้อต่างๆ  ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต  โลหิตออกง่ายผิดปกติหยุดยาก  โรคเลือดชนิด    ต่างๆ  โรคหอบหืด  โรค ภูมิแพ้  โรคลมชัก  โรคผิวหนังเรื้อรัง  โรคหัวใจ  โรคไต  โรคเบาหวาน  โรคไทรอยด์  มะเร็ง  หรือโรคอื่น

๓.๑๔  ไม่อยู่ในภาวะน้ำหนักลดมากในระยะสั้น

๓.๑๕  ไม่เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์

๓.๑๖  ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธุ์  หรือสำส่อนทางเพศ

๓.๑๗  ไม่ทำการเจาะหู  สัก ลบรอยสัก  ฝังเข็มในช่วงเวลา ๑  ปีที่ผ่านมา

๓.๑๘  งดการบริจาคโลหิตภายหลังผ่าตัด  (ถ้ามีการรับโลหิตต้องงดบริจาคโลหิต  ๑  ปี)

๓.๑๙  ไม่มีประวัติติดยาเสพติด  หรือเคยเป็นผู้ที่เสพติดโดยใช้เข็มฉีดยา

๓.๑๐  สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน  ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร  และไม่มีการคลอดหรือแท้งบุตร   ภายใน  ๖  เดือนที่ผ่านมา

การเตรียมตัวก่อนการบริจาคโลหิต

๑.  นอนหลับให้เพียงพอ  อย่างน้อย  ๖  ชั่วโมงต่อเนื่อง  ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค

๒.  รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและยาธาตุเหล็กเพิ่ม

  • รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง  เนื่องจาก  เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น  ไม่สามารถนำไปใช้ได้
  • ดื่มน้ำ ๓-๔ แก้วและเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม  เช่นน้ำผลไม้  นม  น้ำหวาน  เพื่อเพิ่มเติมปริมาณโลหิตในร่างกายจะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่นมึนงง  อ่อนเพลีย  หรือวิงเวียนศรีษะภายหลังบริจาคโลหิต  หลีกเลี่ยงชา  กาแฟ  หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย  ๒๔  ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต
  • งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต  ๑  ชั่วโมง  เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ข้อปฏิบัติขณะบริจาคโลหิต

๑.   ควรเตรียมสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป  และสามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย

๓ นิ้ว

๒.  เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน  ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี  ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะไม่มีผื่นคัน  หรือรอยเข็มช้ำ  ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ  เช่นแอลกอฮอล์  ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า

๓. ทำตัวตามสบาย  อย่ากลัว  หรือวิตกกังวล

๔.  ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง  หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต

๕.  ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก  หากมีอาการผิดปกติ  เช่น ใจสั่น  วิงเวียน  มีอาการคล้ายจะเป็นลม  อาการชา  อาการเจ็บที่ผิดปกติ  ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที

๖.  หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย  ห้ามลุกทันที  ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี  จึงลุกไปดื่มน้ำและอาหารว่างได้

การดูแลตนเองหลังบริจาคโลหิต

หลังจากการบริจาคโลหิตเรียบร้อยแล้ว  เป็นที่แน่นอนว่าร่างกายเราต้องรู้สึกอ่อนเพลียเป็นธรรมดา  เนื่องจากร่างกายสร้างเซลเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทน

  • ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา ๑-๒  วัน
  • หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ  งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ  รวมถึงการหิ้วของหนักๆเป็นเวลา  ๒๔  ชั่วโมงภายหลังการบริจาคโลหิต
  • ถ้ามีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ  ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านกดลงบนผ้าก๊อส  กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ ๓-๕  นาที  หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย ๑  เม็ด  จนหมด เพื่อ ป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

หมายเหตุ

หลังจากร่างกายได้บริจาคโลหิตออกไปแล้ว  ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทนให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม  ซึ่งทิ้งระยะไว้เพียง  ๓  เดือนผู้บริจาคโลหิตก็จะสามารถทำการบริจาคโลหิตได้อีกครั้งหนึ่ง

rmutr_sdd_27-9-60